ทำภาพสินค้าจากรูปที่ถ่ายไว้เองอยู่แล้ว
ร้านค้าออนไลน์รายเล็กมีรูปสินค้าอยู่ในมือแล้ว ทั้งรูปที่ถ่ายบนโต๊ะอาหารหรือถือชิดหน้าต่าง ปัญหามักไม่ใช่ตัวสินค้า แต่เป็นปลั๊กบนผนังและแสงไฟเหลือง รวมถึงเงาแข็งจากแฟลช คราบบนโต๊ะ และขอบนิ้วที่ยังค้างอยู่ในเฟรม
เทมเพลตในหน้านี้เอาภาพแบบนั้นมาตั้งแสงและสร้างฉากหลังใหม่ ทั้งฉากสตูดิโอ พื้นหลังขาวล้วน หรือดึงลายพิมพ์บนผ้ามาใช้ซ้ำ ต้นฉบับไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่ต้องคมพอที่จะเห็นขอบและผิวสัมผัสของสินค้า
แบบไหนเหมาะ แบบไหนไม่ควรใช้
เทมเพลตแต่ละแบบตอบโจทย์คนละอย่าง ภาพสตูดิโอเหมาะกับภาพลำดับสองหรือสาม พื้นหลังขาวไว้ใช้ผ่านกฎของแพลตฟอร์ม เพราะช่องแรกของหน้าสินค้ามักถูกกำหนดด้วยข้อบังคับ ไม่ใช่ด้วยรสนิยมของร้าน ภาพที่แต่งฉากจึงมีที่ของมันอยู่ในช่องถัด ๆ ไป
จะได้ผลเมื่อต้นฉบับคมและเห็นสินค้าครบทั้งชิ้น แต่ใช้ไม่ได้เมื่อจุดขายอยู่ที่รายละเอียดที่ต้องตรงกับของจริง สินค้าที่ลูกค้าซื้อเพราะสี ทรง หรือรอยเย็บเฉพาะตัว ควรใช้ภาพถ่ายจริงเป็นภาพหลัก แล้วเก็บภาพที่สร้างไว้ใช้ประกอบ
ก่อนอัปโหลดให้สำเนาต้นฉบับเก็บไว้อีกโฟลเดอร์ ไว้เทียบผลลัพธ์และใช้ตอนที่แพลตฟอร์มขอภาพต้นฉบับ ถ้าสินค้านั้นต้องส่งให้ลูกค้าดูหลายมุม ควรเก็บภาพถ่ายจริงไว้ให้ครบทุกมุม เพราะภาพที่สร้างขึ้นทำมุมเดิมซ้ำได้ยาก
ลำดับขั้นจากรูปในมือถือถึงภาพลงขาย
ก่อนเปิดเทมเพลต ให้ตัดสินใจว่าครั้งนี้ต้องการภาพแบบไหน ภาพหลักที่สะอาด ภาพที่มีฉาก หรือแค่ลายพิมพ์ รูปเดียวทำได้หลายแบบ สำหรับชิ้นแรกให้เริ่มจากแบบที่ง่ายที่สุด จะได้รู้ว่าต้นฉบับของคุณพอไหวไหม แล้วค่อยลองแบบอื่นกับชิ้นถัดไป อย่าเพิ่งลองทุกเทมเพลตพร้อมกัน
- เลือกเฟรมต้นฉบับ เอาภาพที่คมที่สุด เห็นสินค้าครบทั้งชิ้น และมีพื้นที่ว่างรอบ ๆ พอสมควร แล้วซูม 100% เพื่อเช็คฉลาก โลโก้ และผิวสัมผัสของวัสดุ อย่าตัดสินภาพต้นฉบับจากความสะอาดของฉากหลัง และถ้าถ่ายไว้หลายรูปในชุดเดียวกัน ให้เลือกรูปที่ไม่มีแขนหรือมือของคุณโผล่มาก่อน
- ครอปเองก่อนอัปโหลด ตัดขอบโต๊ะ นิ้วมือ และบรรจุภัณฑ์ที่โผล่มาให้ออก จัดภาพให้ตรง แล้วส่งออกที่ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มี ถ้าบีบอัดไฟล์ก่อน รายละเอียดขอบที่เครื่องมือต้องใช้จะหายไปตั้งแต่ต้น อย่าปล่อยให้เครื่องมือเป็นคนตัดสินว่าเนื้อภาพส่วนไหนควรอยู่ในเฟรม เพราะมันไม่รู้ว่าสินค้าคือชิ้นไหน
- เลือกเทมเพลตตามผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่ใช่ตามตัวสินค้า อยากได้ฉากที่มีแสงก็เลือกสตูดิโอ อยากได้ลายพิมพ์เป็นชิ้นงานก็เลือกดึงลายพิมพ์ อยากได้ภาพเดียวที่วางแนวทางทั้งชุดก็เลือกเลย์เอาต์แบรนด์ ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้เริ่มจากสตูดิโอแล้วค่อยลองแบบอื่นจากผลของรอบแรก
- ถ้าเทมเพลตมีช่องคำอธิบาย ให้เขียนให้เจาะจง บอกวัสดุพื้นผิว ทิศทางของแสง และเงาแข็งหรือนุ่ม คำอย่าง 'พรีเมียม' หรือ 'โมเดิร์น' ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไร โมเดลเลยเดาเอง คำอธิบายหนึ่งหรือสองประโยคสั้น ๆ พอ เพราะยิ่งเขียนยาวยิ่งมีโอกาสที่คำหนึ่งจะดึงผลลัพธ์ไปทางที่ไม่ได้ตั้งใจ
- ดูผลที่ซูม 100% แล้วเช็คสามอย่างตามลำดับ รูปทรงสินค้า ตัวอักษรบนฉลาก และเงาสะท้อนกับเงาตกกระทบ อ่านตัวอักษรบนฉลากออกเสียงด้วย เพราะตัวอักษรสลับหรือเชื่อมกันคือข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุด ถ้าอ่านฉลากไม่ออกเลย ถือว่าภาพนี้ยังใช้ไม่ได้
- ถ้าไม่พอใจให้สร้างใหม่ทั้งภาพ อย่าไล่แก้เฉพาะจุดซ้ำ ๆ บนไฟล์เดิม ลองเปลี่ยนกรอบครอปหรือตัดคำอธิบายให้สั้นลงแล้วสร้างใหม่ มักได้ผลที่เนียนกว่า และให้ดูผลจากระยะที่ผู้ซื้อดูจริงก่อนตัดสิน ภาพที่ดูไม่เนียนตอนซูมอาจไม่มีปัญหาในขนาดจริง
ทำทั้งชุดให้ดูเหมือนร้านเดียวกัน
ในหน้าหมวดหมู่ ผู้ซื้อเห็นภาพย่อหลายรูปพร้อมกัน ถ้าอุณหภูมิสีและทิศทางเงาไม่ไปทางเดียวกัน ก็ดูเหมือนเอาของหลายร้านมาปนกัน วิธีที่ตรงที่สุดคือถ่ายรวดเดียว เลือกฉากหลังหนึ่งแบบ แล้วใช้คำอธิบายสั้น ๆ ชุดเดิมกับทุกชิ้น
- ถ่ายทั้งชุดในครั้งเดียว ห้องเดียวกัน โคมเดียวกัน ระยะและความสูงเท่ากัน เพื่อให้ฉากหลังกับทิศทางเงาที่สร้างออกมาสอดคล้องกัน
- เช็คขอบและเงาสะท้อนที่ซูม 100% ขวดโปร่งใส กล่องมันวาว และงานโลหะคือจุดที่ขอบหายง่าย สินค้าโทนเข้มวางบนพื้นเข้มจะกลืนกัน ภาพจะดูเหมือนวางอยู่จริงหรือแปะทับ ขึ้นอยู่กับเส้นรอบนอกและเงาสะท้อนบนพื้น
- อ่านตัวอักษรบนฉลากทุกครั้ง ตัวเล็ก ๆ ถูกวาดใหม่ไม่ได้คัดลอก ตัวอักษรจึงเชื่อมติดกันหรือถูกเปลี่ยน ถ้าฉลากเป็นจุดขาย ให้ภาพหลักเป็นภาพถ่ายจริง แล้ววางภาพที่สร้างไว้ในลำดับถัดไป
- เลือกสไตล์ไว้สองสามแบบพอ ถ้าเปลี่ยนฉากหลังทุกชิ้น ภาพเดี่ยวสวยแต่พอวางเรียงกันจะดูกระจัดกระจาย ใช้ฉากหลังเดียวกันทั้งชุดถึงจะดูเป็นแบรนด์เดียว
- ดูกฎของแพลตฟอร์มก่อนอย่างอื่น แพลตฟอร์มส่วนใหญ่กำหนดให้ภาพหลักพื้นขาวหรือพื้นอ่อน สินค้าเต็มพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาพ ห้ามมีตัวอักษร ลายน้ำ กรอบ และพร็อพ เตรียมภาพที่ผ่านกฎไว้ชิ้นละหนึ่งภาพ แล้ววางภาพแต่งฉากไว้ข้างหลัง
จุดที่มักออกมาไม่ดี
ความผิดพลาดมีรูปแบบซ้ำ ๆ โครงสร้างละเอียดอย่างโซ่ ซิป งานสาน หรือช่องระบายอากาศมักถูกหลอมรวมหรือมีชิ้นส่วนเกินขึ้นมา ขอบของวัสดุโปร่งแสงอย่างแก้ว โลโก้ที่นูนออกมาจากผิว และตัวอักษรเล็กบนฉลากก็เข้าข่ายเดียวกัน
พอผลออกมาไม่ดี ให้ถอยกลับหนึ่งก้าว ครอปต้นฉบับให้แน่นขึ้น หรือคงฉากหลังเดิมไว้แล้วแก้แค่แสงกับเงา ถ้าสินค้าชิ้นนั้นมีรูปให้เลือกหลายมุม ให้ลองเปลี่ยนมุมก่อนเปลี่ยนคำอธิบาย เพราะกรอบของภาพมีผลกับผลลัพธ์มากกว่าคำที่พิมพ์
เก็บภาพต้นฉบับและไฟล์ที่สร้างทุกเวอร์ชันไว้โดยไม่แก้ไข คำร้องเรื่องสี การคืนสินค้า และการตรวจของแพลตฟอร์มต้องใช้ภาพถ่ายตั้งต้นในการชี้แจง และควรมีภาพที่เห็นสภาพจริงกับฉลากของสินค้าชัด ๆ เก็บไว้อย่างน้อยหนึ่งรูป
ภาพที่ได้เอาไปทำอะไรต่อ
ไฟล์ที่สร้างออกมามักอยู่ราวหนึ่งถึงสองพันพิกเซล พอใช้ลงขายแต่ไม่พอสำหรับงานพิมพ์ ลำดับจึงสำคัญ ทำให้ภาพเสร็จก่อนแล้วค่อยขยาย ถ้าตั้งใจจะใช้ภาพเดียวกันทั้งบนหน้าสินค้าและในงานพิมพ์ ควรแยกไฟล์ตั้งต้นไว้ตั้งแต่ตอนสร้าง
อีกอย่างคือแยกไฟล์พื้นหลังขาวกับไฟล์ที่มีฉากออกจากกัน ไฟล์พื้นหลังขาวใช้เป็นภาพหลัก ส่วนภาพฉากสร้างแยกจากต้นฉบับเดียวกัน การแยกแบบนี้ทำให้ภายหลังเปลี่ยนภาพหลักได้โดยไม่ต้องสร้างชุดใหม่ทั้งชุด
คำถามที่พบบ่อย
- ถ่ายด้วยมือถือใช้ได้ไหม
- ใช้ได้ ถ้าภาพคมและเห็นสินค้าครบทั้งชิ้น ถ่ายข้างหน้าต่างให้แสงเข้ามาทางด้านข้าง แล้วใช้กระดาษขาวอีกด้านช่วยเปิดเงา ปิดแฟลช และอย่าใช้ซูมดิจิทัล เพราะเท่ากับตัดพิกเซลทิ้งก่อนจะขยาย ซึ่งกู้คืนไม่ได้ ถ้าสินค้าสะท้อนแสงมาก ให้ถ่ายในวันฟ้าสลัวหรือหันหลังให้หน้าต่าง แล้วเปิดไฟจากด้านข้างแทน
- ทำไมข้อความบนฉลากถึงเปลี่ยน
- ตัวอักษรเล็ก ๆ ถูกวาดขึ้นใหม่ ไม่ได้คัดลอกมาวาง ตัวอักษรจึงเชื่อมกัน หายไป หรือถูกแทนที่ ถ้าฉลากมีข้อมูลที่ผู้ซื้อต้องอ่าน ให้ภาพหลักเป็นภาพถ่ายจริง หรือถ่ายใหม่ให้ฉลากกินพื้นที่ในภาพมากขึ้น ถ้าฉลากสำคัญมาก ให้ถ่ายภาพฉลากแยกอีกใบแล้ววางเป็นภาพที่สองในหน้าสินค้า
- ภาพหลักต้องพื้นหลังขาวไหม
- แพลตฟอร์มส่วนใหญ่กำหนดให้ภาพแรกเป็นพื้นขาวหรือพื้นโทนอ่อน สินค้าเต็มเฟรม และห้ามมีตัวอักษร ลายน้ำ กรอบ หรือพร็อพ ทำภาพที่ผ่านกฎไว้หนึ่งภาพต่อสินค้าหนึ่งชิ้น แล้วค่อยใช้พื้นหลังแต่งฉากในช่องถัดไป ถ้าไม่แน่ใจ ให้เปิดดูกฎของแพลตฟอร์มที่คุณลงขายก่อน แล้วค่อยเลือกฉากหลังของภาพที่เหลือ
- ภาพต้นฉบับเดียวทำได้กี่ภาพ
- ทำได้หลายภาพ แต่ที่คุ้มจะลงจริงมักมีสองถึงสี่ภาพ ที่เหลือต่างกันเล็กน้อย การคุมโทนสีกับทิศทางแสงให้ตรงกันสำคัญกว่าจำนวน และไม่ควรใช้ภาพที่ต่างกันแค่สีพื้นหลังสองภาพติดกัน เพราะผู้ซื้อจะเสียเวลาปัดดูโดยไม่ได้ข้อมูลใหม่